นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน เป็นประธานประชุมติดความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง พร้อมเปิดเผยว่า งานก่อสร้าง ทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบิน พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบินรวมถึงอาคารที่พักผู้โดยสารของกรมท่าอากาศยาน ขณะนี้ดำเนินการได้ร้อยละ 90 งานก่อสร้างอาคารหอบังคับการบิน ของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2562 และผู้รับจ้างได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างงานฐานรากแล้ว การก่อสร้างอาคารเครื่องช่วยการเดินอากาศ VOR/DME ก็ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างงานฐานรากแล้วเช่นกัน
ด้านความคืบหน้าในการขอจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และกรมอุตุนิยมวิทยา ขณะนี้มีความชัดเจนเรื่องการอนุญาตใช้พื้นที่แล้วอยู่ระหว่างนำเสนอเอกสารให้กับ สำนักการงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย อนุมัติจัดตั้งต่อไป มีการพิจารณาการใช้ท่าอากาศยานเบตง ในขณะที่ยังไม่ได้รับอนุมัติเป็นสนามบินอนุญาตเพื่อทำการบินทดสอบอุปกรณ์เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการขออนุญาตเปิดใช้ท่าอากาศยานเบตงในลักษณะที่ขึ้นลงชั่วคราวก่อน
ส่วนกรณีการจัดทำวิธีปฏิบัติการบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน เพื่อให้สามารถใช้สนามบินเบตงได้โดยไม่ล้ำแดนประเทศเพื่อนบ้านนั้น ขณะนี้วิธีการปฏิบัติการบินดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้หน่วยงานทั้ง4หน่วยงานจะจัดให้มีการประชุมหารือรายละเอียด ความคืบหน้าโครงการ ท่าอากาศยานเบตงครั้งต่อไปในวันที่ 26 สิงหาคม 2562
สำหรับโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง ในวงเงิน 1,900 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี (2559 – 2562) ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่ ลำดับที่ 29 สังกัดกรมท่าอากาศยาน และนับเป็นท่าอากาศยานของประเทศไทย แห่งที่ 39 ซึ่งจุดประสงค์ที่ก่อให้เกิดท่าอากาศยานเบตงนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่สะดวกต่อการเดินทาง และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม การเมือง ตามนโยบายสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สามารถรองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ 300 คนต่อชั่วโมง และรองรับผู้โดยสารได้ 876,000 คนต่อปี ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2563 ซึ่งจะทำให้การคมนาคมขนส่งภายในจังหวัดยะลา และการเชื่อมต่อสู่ประเทศมาเลเซียที่ด่านเบตงและพื้นที่ใกล้เคียงจะสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นจากปีละ 600,000 คน เป็น 1,000,000 คนต่อปี และมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี