บางจากฯ ประกาศความพร้อมเต็มสูบในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) 100% รายแรกของประเทศไทย ด้วยวัตถุดิบจากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ภายใต้มาตรฐานสากล ISCC พร้อมเดินเครื่องผลิตจริงเมษายน 2568 นี้ ตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero และความต้องการ SAF ที่เติบโตทั่วโลก
กลุ่มบริษัทบางจาก ประกาศความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดำเนินงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) อย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยีการผลิต และตลาดรองรับ โดยบริษัทฯ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะผู้บุกเบิกการผลิต Neat SAF 100% รายแรกของประเทศไทย ซึ่งใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก ได้แก่ น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) และวัตถุดิบทดแทนอื่นๆ ที่มาจากของเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการต่างๆ กระบวนการผลิตทั้งหมดได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลด้านความยั่งยืนและคาร์บอน (International Sustainability and Carbon Certification: ISCC) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของบางจากฯ ในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงทุนในโครงการผลิต SAF ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจของบางจากฯ จากผู้นำด้านพลังงานทดแทน สู่การเป็นผู้นำพลังงานแห่งอนาคต เพราะวันนี้แนวโน้มโลกชัดเจนในด้านพลังงาน ทั่วโลกเดินหน้าสู่การลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อลดโลกร้อน ขณะที่น้ำมันเครื่องบินถูกบริโภคเยอะมาก จากการบินในแต่ละปีจากการเดินทางอากาศ
”บากจากฯ มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในการบริหารจัดการและจัดเก็บน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (UCO) เพื่อนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งเราเป็นรายแรกที่มีน้ำมัน B2 และ B3“ ชัยวัฒน์ กล่าว

ผนวกกับความพร้อมด้านเทคโนโลยี ทรัพยากร ที่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกออกจากน้ำมันใช้แล้ว และโครงสร้างพื้นฐานของโรงกลั่นน้ำมันบางจากที่มีอยู่ ทำให้บริษัทฯ มีความได้เปรียบในการลดต้นทุนการก่อสร้างและการดำเนินงานโครงการ SAF ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“โครงการ SAF ของบางจากฯ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลงทุนทางธุรกิจ แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของเราในการร่วมแก้ไขปัญหาสภาวะโลกเดือด และสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศไทย ภาคการบินเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่มีความสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ SAF ถือเป็นหนึ่งในทางออกที่มีประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน การที่เราสามารถผลิต SAF ได้เองจากวัตถุดิบในประเทศ จะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการนำเข้า และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว” ชัยวัฒน์ กล่าว
ความคืบหน้าของโครงการผลิต SAF ณ เดือนเมษายน 2568 มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างถึง 96% และขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 โดยมีแผนที่จะเริ่มกระบวนการทดสอบสมรรถนะของโรงงาน (Plant Performance Test Run) และทยอยเพิ่มระดับการผลิต (Ramp-up) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตามสัญญาการจำหน่ายที่ได้ลงนามไว้แล้ว รวมถึงรองรับแนวโน้มความต้องการของตลาด SAF ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้หน่วยผลิต SAF ของกลุ่มบริษัทบางจาก จะมีพิธีเปิดในวันที่ 25 เมษายน 68 ที่จะถึงนี้