ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประกาศความภาคภูมิใจในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็น “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน” ภายในปี 2568 “กรุงศรี” ได้ประกาศแนวคิด “Shaping Future Together” หรือ “ร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน” เพื่อเป็นเข็มทิศนำทางในการสร้างสรรค์โอกาสทางการเงิน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม
เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของกรุงศรี และก้าวสู่ปีที่สองของแผนธุรกิจระยะกลาง (Medium-Term Business Plan: MTBP) ฉบับปัจจุบันซึ่งครอบคลุมปี 2567-2569 เราได้ย้อนทบทวนถึงการเดินทางตลอดระยะเวลากว่า 80 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างขึ้นจากความไว้วางใจ นวัตกรรม และความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ คุณค่าเหล่านี้ได้นำพาเรามาถึงจุดที่เรายืนอยู่ในวันนี้ นับจากนี้และอนาคตข้างหน้า เราจะขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นที่มากกว่าเดิมเพื่อสร้างอนาคตที่ประเด็นเรื่องความยั่งยืนและดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่การเติบโต”
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน
ในปี 2567 ที่ผ่านมา “กรุงศรี” ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน ด้วยผลกำไรสุทธิ 29,700 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจ และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
“กรุงศรี” ได้แสดงความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยครองตำแหน่งผู้นำในการเป็น ESG bond underwriting ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 19% นอกจากนี้ ยังได้นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในบริการทางการเงิน (AI-Power Banking Service) เช่น ระบบการประเมินราคาด้วย AI และโซลูชันการเติมเงินสดที่เครื่อง ATM เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
นอกจากนี้ ยังได้ประกาศวิสัยทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Krungsri Net Zero Vision) และดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง เช่น การส่งเสริมการดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางความยั่งยืนให้กับองค์กรธุรกิจและ SME มากกว่า 500 ราย ผ่านหลักสูตร ESG Academy และ ESG Symposium รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนด้วยการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานและการจัดการขยะ
การขยายเครือข่ายสู่ภูมิภาคอาเซียน
“กรุงศรี” ได้ขยายเครือข่ายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเครือข่ายครอบคลุม สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ให้บริการลูกค้ารวมกว่า 19 ล้านราย ในปี 2567 “กรุงศรี” ได้เปิดให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Cross-Border Payment) ใน 8 ประเทศ และจัดงานประชุมจับคู่ธุรกิจ Japan-ASEAN Startup Business Matching 2024 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจในภูมิภาค
กลยุทธ์สู่อนาคตที่ยั่งยืนและดิจิทัล
ในปี 2568 “กรุงศรี” จะมุ่งเน้นการดำเนินงานในด้าน Corporate Transformation เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในอนาคต โดยมีกลยุทธ์สำคัญดังนี้:
- ONE Krungsri: ส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
- การขยายเครือข่ายในอาเซียน: เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนและโซลูชันการเงินดิจิทัล
- ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน: เพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) ให้ถึง 250,000 ล้านบาทในปี 2573
การลงทุนในบุคลากรและเทคโนโลยี
“กรุงศรี” ให้ความสำคัญกับการลงทุนในบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยดำเนินกลยุทธ์ People Xcellence เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลแบงก์กิ้ง การวิเคราะห์ข้อมูล (Data analytics) และ AI เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
เป้าหมายทางการเงินในปี 2568
“กรุงศรี” คาดว่าในปี 2568 ยอดเงินให้สินเชื่อจะเติบโต 2-4% ตั้งเป้าหมายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ 3.8-4.1% อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ที่ 3.25-3.50% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (cost-to-income ratio) ในระดับ Mid-40s%
เคนอิจิ ยามาโตะ กล่าวทิ้งท้ายว่า “อนาคตเริ่มต้นวันนี้ ร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน เราเชื่อว่าความท้าทายจะนำมาซึ่งโอกาสอันยิ่งใหญ่ พัฒนาการและการเปลี่ยนผ่านตลอดเส้นทาง 80 ปีของเราเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนและดิจิทัลแบงก์กิ้ง เราจะขับเคลื่อนการเติบโตไปด้วยกัน เปิดรับนวัตกรรม และยึดมั่นในเป้าหมาย เพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตง่ายได้ทุกวัน”