นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์การเจรจาเบร็กซิทระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรป (อียู) อย่างใกล้ชิด เนื่องจากใกล้ถึงเส้นตายวันที่ 29 มีนาคม 2562 ที่สหราชอาณาจักรจะต้องออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป อย่างเป็นทางการ โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐสภาสหราชอาณาจักรได้ลงคะแนนเสียงและมีมติที่สำคัญ 3 เรื่อง คือ สหราชอาณาจักรไม่ยอมรับข้อตกลงการออกจากสมาชิกอียู (Withdrawal Agreement) ฉบับที่อยู่บนโต๊ะเจรจา ไม่ยอมรับการออกจากอียูโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ กับอียูเลย (no-deal Brexit) และเห็นชอบให้รัฐบาลขอให้อียูยินยอมขยายระยะเวลาการออกจากสมาชิกภาพออกไป ทั้งนี้ การขอขยายระยะเวลาดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกของอียูทั้ง 27 ประเทศ ซึ่งมีกำหนดจะประชุมเรื่องนี้ร่วมกัน ในวันที่ 21-22 มีนาคมนี้ ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
นางอรมน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สหราชอาณาจักรทำการค้ากับอียูเป็นหลัก โดยคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 50 อีกร้อยละ 10 เป็นการค้าที่เกิดภายใต้ความตกลงที่อียูทำกับประเทศอื่น ซึ่งสหราชอาณาจักรได้ประโยชน์ในฐานะเป็นสมาชิกอียู กรณีการเจรจากับอียูไม่สามารถหาข้อสรุปได้ (no-deal Brexit) สหราชอาณาจักรได้เตรียมการเร่งเจรจาจัดทำความตกลงทางการค้ากับประเทศที่มีความตกลงทางการค้ากับอียูก่อน เพื่อให้การค้าของสหราชอาณาจักรหลังออกจากอียูแล้ว (เบร็กซิท) ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น และยังคงได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เคยได้รับจากประเทศเหล่านั้นเมื่อครั้งยังเป็นสมาชิกของอียู
ล่าสุด สหราชอาณาจักรประสบความสำเร็จในการจัดทำความตกลงทางการค้าที่เรียกว่า Continuity Agreement แล้วกับชิลี หมู่เกาะแฟโร แอฟริกาตะวันออกและใต้ (มาดากัสการ์ มอริเชียส เซเชลส์ และซิมบับเว) สวิตเซอร์แลนด์ อิสราเอล รัฐปาเลสไตน์ และรัฐแปซิฟิก (ฟิจิ และปาปัวนิวกินี) ซึ่งความตกลงเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อสหราชอาณาจักรออกจากอียูโดยสมบูรณ์ สำหรับการค้าที่เหลืออีกกว่าร้อยละ 40 เป็นการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรกับประเทศที่เหลือในโลก รวมถึงไทย ซึ่งขณะนี้สหราชอาณาจักรได้เริ่มหารือกับประเทศที่มีการเจรจาจัดทำความตกลงทางการค้ากับอียูเป็นลำดับต้นก่อน อาทิ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อมิให้การค้าหลังเบร็กซิทสะดุด และเตรียมการสำหรับเจรจาจัดทำความตกลงการค้าระหว่างกันต่อไป
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศอยู่ระหว่างเจรจากับสหภาพยุโรปและ สหราชอาณาจักร เรื่องการแก้ไขตารางข้อผูกพันโควตาภาษีในกรอบองค์การการค้าโลก (WTO) อันสืบเนื่องมาจากเบร็กซิท เกี่ยวกับโควตาสินค้า จำนวน 31 รายการ เช่น มันสำปะหลัง แป้งมันสำปะหลัง ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวหัก ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก ปลาแปรรูป พาสตา บิสกิต อาหารสำเร็จรูป เป็นต้น ที่ไทยเคยได้รับโควตาจากสหภาพยุโรป และจะต้องมีการจัดสรรแบ่งโควตาใหม่ภายหลังเบร็กซิท
ทั้งนี้ ในปี 2561 การค้าไทยกับสหราชอาณาจักรมีมูลค่า 7.04 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.40 ของการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยส่งออก 4.06 พันล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้า 2.98 พันล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปสหราชอาณาจักร เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ สินค้านำเข้าสำคัญ เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ น้ำมันดิบ แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น โดยประเทศคู่ค้าสำคัญของสหราชอาณาจักร ได้แก่ สหภาพยุโรป (580.89 พันล้านเหรียญสหรัฐ) สหรัฐอเมริกา (129.82 พันล้านเหรียญสหรัฐ) จีน (90.23 พันล้านเหรียญสหรัฐ) สวิตเซอร์แลนด์ (34.06 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และนอร์เวย์ (30.14 พันล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับ การค้าไทยกับสหภาพยุโรปมีมูลค่า 47.27 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9.42 ของการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยส่งออก 25.01 พันล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้า 22.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ
อนันตรา โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท แบรนด์โรงแรมหรูระดับโลกภายใต้เครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ประกาศศักดาการเปิดตัวโรงแรมแห่งแรกในอินเดียอย่างเป็นทางการ ณ จัยปูร์ เมืองสีชมพูอันเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง ด้วย "อนันตรา จิวเวล บาห์ จัยปูร์"…
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG) เผยผลประกอบการปี 2567 สุดแข็งแกร่ง สินเชื่อเติบโต 7% พร้อมประกาศแผนปี 2568 ชูธงขยายพอร์ตสินเชื่อ SME…
"นิโตริ" (NITORI) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านอันดับ 1 จากญี่ปุ่น เดินหน้าขยายอาณาจักรความสุขสู่ภาคตะวันออก ประเดิมเปิด 2 สาขาใหม่ล่าสุดที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา ในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568 และศูนย์การค้าเซ็นทรัลศรีราชา…
วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรม Cold Chain Logistics หรือการจัดการขนส่งและจัดเก็บสินค้าที่ควบคุมอุณหภูมิ กำลังกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุคในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนทั่วโลก ด้วยมูลค่าตลาดที่คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 1,122 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ยทบต้นต่อปี…
ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมผู้บริโภคเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด แบรนด์เครื่องประดับเพชรอย่าง Jubilee Diamond กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการปรับตัวเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่นี้ ด้วยสินค้าที่มีราคาสูงและภาพลักษณ์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีฐานะ Jubilee จึงต้องพลิกกลยุทธ์เพื่อเข้าถึง Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต…
เคซีจี คอร์ปอเรชั่น หรือ KCG จับมือ กรุงเทพมหานคร เปิดตัวโครงการ "จุดไฟปรุงฝัน ปีที่ 2" อย่างเป็นทางการ ต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา โครงการนี้มุ่งเน้นการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยในแวดวงอาหารและเบเกอรี่ ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน…